ทุกเรื่องราวเบื้องหลังของสาวๆ BNK48 ที่ทำให้ ‘คุกกี้เสี่ยงทาย’ ฮิตที่สุดในเวลานี้

ปล่อยออกมาให้ได้ชมกันแล้วสำหรับมิวสิกวิดีโอจากเพลงสุดฮิตของปีนี้อย่าง ‘Koi Suru Fortune Cookie’ หรือ คุกกี้เสี่ยงทาย’ ของกลุ่มไอดอลสาว BNK48 ที่ได้ขนเอาแฟนเพลงกว่าสองพันคนมาร่วมเต้นไปด้วยกันในวิดีโอตัวนี้หลังจากที่ตัวเพลงนั้นฮิตจนคนเอาไปเต้นตามกันทั่วบ้านทั่วเมืองในช่วงก่อนหน้า โดยเพลงนี้ก็ถือว่าเป็นเพลงที่มีความเปลี่ยนแปลงจากซิงเกิ้ลก่อนหน้าไม่น้อยทีเดียว ทั้งเรื่องของตัวเพลง การโปรโมต สมาชิกที่เข้าร่วม รวมไปถึงตำแหน่งด้านหน้าสุดที่ถือว่าเป็นหน้าเป็นตาของวงอย่างตำแหน่ง ‘เซ็นเตอร์’ ด้วย

ซึ่ง Dooddot ก็ได้มีโอกาสตามไปสัมภาษณ์ถึงเบื้องหลังของความฮิตก่อนที่จะมาเป็นเอ็มวีที่เราได้ดูกันในวันนี้ โดยขอเริ่มจากชายผู้มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลเนื้อเพลงทั้งหมดของ BNK48 เจ้าของประโยคสุดติดหู ‘ให้คุกกี้ทำนายกัน’ อย่าง แมน–ตนุภพ โนทยานนท์ หรือ แมน ละอองฟอง ที่วันนี้จะมาเล่าถึงเบื้องหลังและความยากลำบากกว่าจะมาเป็นเนื้อเพลงแบบที่เราได้ยินนี้ให้ฟังกัน

เรื่องราวในเนื้อเพลง คุกกี้เสี่ยงทาย เวอร์ชั่นภาษาไทยนี้มีที่มาที่ไปยังไง
จริงๆ โดยทั่วไปแล้วคอนเซ็ปต์ของการแปลงเนื้อมันคือการถ่ายทอดทุกๆ คำ พยายามทำให้เหมือนต้นฉบับมากที่สุด แต่กับเพลงนี้หากเราลองแปลจากภาษาญี่ปุ่นจริงๆ มันจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความคิดและจินตนาการบางอย่าง ซึ่งถ้าเราแปลตรงแบบเป๊ะๆ เลยคนไทยอาจจะไม่เข้าใจ หรืออย่างบางท่อนในเนื้อญี่ปุ่นที่ร้องว่ากำลังนั่งอยู่ในสถานที่แห่งหนึ่ง ฟังเพลง และเคาะเท้าไปด้วย อันนี้เราว่ามันจะเยอะไป เราเลยใช้วิธีอ่านเนื้อทั้งหมดแล้วเอามาเล่าใหม่เป็นเรื่องราวในแบบของไทย เอามาสรุปให้สั้นลง และมีการเติมของเราไปบ้าง แต่ความหมายโดยรวมทั้งหมดก็จะใกล้เคียงมาก แล้วก็ให้ทางญี่ปุ่นตรวจดูว่าเนื้อหาค่อนข้างครบ เค้าก็โอเค

ตัวเนื้อเพลงนั้นเราพยายามเล่าว่ามันเป็นการแอบชอบคนๆ หนึ่ง ซึ่งความรักที่เกิดขึ้นนี้มันเป็นความรักที่เราต้องเสี่ยงดวง ต้องลุ้นตลอดเวลา และพอเพลงนี้มันมีธีมอยู่ที่คุกกี้ด้วย เราก็ต้องพยายามอธิบายให้เข้าใจอีกว่าฟอร์จูนคุกกี้มันคืออะไร ต้องทำยังไงก็ได้ให้คนรู้ว่าฟอร์จูนคุกกี้มันเป็นขนมบางอย่างที่มีอะไรอยู่ข้างใน มันก็เลยเป็นที่มาของเป็นท่อนที่ว่า ‘ให้คุกกี้ทำนายกัน’ ซึ่งเป็นตัวคลี่คลายว่าสิ่งที่เราเล่ามาทั้งหมดนั้นมันคือสิ่งนี้

การแปลงเพลงแบบนี้ถือว่ายากมั้ย
มันก็ยากตรงที่มันต้องทิ้งตัวตนของเราไปส่วนหนึ่ง บางทีเรามีภาษาของเราที่ใช้บ่อยๆ แต่พอมาทำตรงนี้ก็ต้องยอมรับว่าบางทีภาษาของเค้ามันก็มีความน่าสนใจ เราก็ต้องพยายามเอาความหมายในคำของเค้ามาใช้ด้วย และสำหรับเพลงนี้ก็ถือว่าเราเริ่มปรับตัวได้แล้ว ตอนเพลงแรกๆ นี่จะค่อนข้างขัดใจตลอด แต่ก็ถือว่าดีครับ พอได้เห็นว่าเพลงนี้ออกมาแล้วทุกคนเข้าใจความหมาย ทุกคนยอมรับ แนวทางนี้มันไปได้ ผมก็มีกำลังใจทำต่อ

และเมื่อถูกปล่อยออกมาเพลงนี้ก็กลายเป็นเพลงที่ใครๆ ก็รู้จัก รู้สึกยังไงบ้างที่เพลงฮิตขนาดนี้
ก็ตกใจเหมือนกัน (หัวเราะ) ตอนแรกไม่คาดหวังเลย เราแค่ต้องการทำเพลงให้มันดีที่สุด ชัดเจนที่สุด หลังจากนั้นก็เป็นหน้าที่ของตัวเพลงเองแล้วว่ามันจะเดินทางไปได้ไกลขนาดไหน ซึ่งเราก็ได้ทั้งตัวน้องๆ ได้ทั้งความติดหูของตัวเพลง แล้วก็ได้อะไรหลายๆ อย่างที่มันส่งไปหมดจนคนชอบกัน ก็ถือว่าเกินความคาดหมายเยอะมากครับ

เมื่อตัวเพลงทำหน้าที่ของมันอย่างเต็มที่แล้ว ต่อมาก็เข้าสู่ขั้นตอนของการถ่ายทำมิวสิกวิดีโอที่ถือว่ามีความเล่นเบอร์ใหญ่และมีกิมมิกจัดที่สุดตัวหนึ่ง ซึ่งเราก็ได้ เอ๊ะ–พงศ์จักร พิษฐานพร หรือ ครูเอ๊ะ มือเบสวงละอองฟอง ผู้ควบตำแหน่งมิวสิกไดเร็กเตอร์แห่งวง BNK48 ที่ใกล้ชิดและรู้เรื่องราวเกี่ยวกับวงไอดอลวงนี้มากที่สุดคนหนึ่ง มาเล่าถึงที่มา คอนเซ็ปต์ และเบื้องหลังในการถ่ายทำครั้งนี้ และเรื่องที่หลายๆ คนอยากรู้เกี่ยวกับเซ็นเตอร์คนใหม่ให้เราได้ฟังกัน

คอนเซ็ปต์ของมิวสิกวิดีโอ คุกกี้เสี่ยงทาย คืออะไร
อธิบายง่ายๆ มันคือการรวมพลังของเหล่า BNK48 ไม่ว่าจะเป็นสมาชิก ทีมงาน และที่สำคัญคือแฟนๆ ทุกคน เราอยากจะสร้างพลังขึ้นมาให้วงการเพลงไทยเห็นว่าเราไม่ได้เดินคนเดียวนะ เรามีแฟนซัพพอร์ต มีทุกคนที่คอยช่วยเหลือกัน สร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และทำให้ตลาดเพลงไทยหันมาสนใจ BNK48

ก่อนหน้าที่จะถ่ายทำกัน ทาง BNK48 ได้มีการเปิดรับคลิปเต้นจากแฟนๆ เพื่อสมัครเข้ามาร่วมเต้นจริงในมิวสิกวิดีโอ ซึ่งก็ปรากฏว่าคนส่งกันเข้ามาถล่มทลาย มันเป็นสิ่งที่เราคาดไว้รึเปล่า
มันเกินคาดแน่นอนครับ คือทีแรกคิดไว้ว่าสักร้อยนึงก็ดีแล้ว หรือสองร้อยก็ถือว่าเยอะแล้วล่ะ แต่ด้วยก่อนหน้านี้มันมีคลิปของน้องๆ ที่มันออกไปเป็นไวรัลอยู่ พอมีคนเห็นเค้าก็อยากเต้นบ้าง อย่างของผมก็มีสายตรงจากวง Lipta มาเลย เค้าบอกว่าพี่เอ๊ะครับ ผมขออนุญาตคัฟเวอร์เพลงน้องได้มั้ย ผมก็โอ้โห เชิญเลยๆ เราก็ดีใจว่ามันไม่ใช่แค่คนทั่วไปที่ให้ความสนใจ แต่ยังมีเพื่อนๆ ศิลปินที่สนใจและพร้อมจะช่วยโปรโมตให้ด้วย นั่นคือสิ่งที่เราดีใจมากและเกินความคาดหมายจริงๆ

ในมิวสิกวิดีโอต้นฉบับของทางญี่ปุ่นนั้นก็มีคอนเซ็ปต์ที่คล้ายกัน คือการให้คนจำนวนมากมาเต้นไปด้วยกัน แล้วของเรานั้นมีจุดไหนที่เหมือนหรือพิเศษต่างออกไปบ้าง
แตกต่างแน่นอนครับ เพราะนอกจากจะมีฉากเต้นรวมกับแฟนๆ แล้ว ของเรายังมีส่วนที่เป็นเส้นเรื่องด้วย ไม่เหมือนกับทางญี่ปุ่นแน่นอน แต่ส่วนที่น่าจะคล้ายกันนั้นคือมิวสิกวิดีโอนี้เราได้ผู้กำกับอย่าง เค–ไชยณรงค์ แต้มพงษ์ ที่เคยทำมิวสิกวิดีโอให้ศิลปินไทยมามากมาย และที่ผ่านมาก็เคยร่วมงานกับวงละอองฟองในช่วงที่เราได้ไปถ่ายทำกันที่ญี่ปุ่นมาก่อน เพราะฉะนั้นเค้าจึงรู้วิธีการทำวิดีโอสไตล์ญี่ปุ่นอยู่แล้ว ซึ่งรับประกันว่าเราจะได้งานที่ดีและน่ารักแน่นอนครับ

พูดถึงเซ็นเตอร์คนใหม่อย่างโมบายล์บ้าง ในฐานะของโปรดิวเซอร์อยากทราบว่าน้องมีความน่าสนใจยังไง ทำไมถึงได้รับเลือกให้เป็นเซ็นเตอร์ในเพลงนี้
ต้องบอกก่อนว่าเพลงนี้มันเป็นเรื่องราวของผู้หญิงซึ่งโตในระดับหนึ่ง คือไม่ได้โตจนเกินไป และไม่ได้เด็กมากจนเกินไป เป็นคนที่ไม่ได้มีจริตที่เกินวัย แต่ก็ไม่ได้ไร้เดียงสาจนเกินไป เค้าคือตัวแทนของผู้หญิงที่พูดว่าเรามาลุ้นกันดีกว่าว่าเราจะเจออะไรในหัวใจ เพราะฉะนั้นเวลาคนฟังได้ฟังเพลงนี้เราก็อยากให้ฟังแล้วได้ลุ้นว่าเราจะได้เจอคนที่ใช่เหมือนกันรึเปล่านะ ซึ่งพวกเรามองว่าโมบายล์มีความเหมาะสมที่จะมาเล่าเรื่องเหล่านี้

และนอกจากนั้นไอดอลมันยังเป็นเรื่องของความพยายามด้วย ทำให้นอกจากความเหมาะสมหรือเนื้อเสียงแล้วเรายังคำนึงถึงเรื่องความตั้งใจ ความพยายาม พัฒนาการของน้องๆ รวมไปถึงทัศนคติในการเล่าเรื่องอีกด้วย คือต้องเป็นคนที่เข้าใจมันและสามารถสื่อความรู้สึกนั้นให้ผู้ฟังคล้อยตามได้ ซึ่งก็ไม่ใช่เฉพาะเซ็นเตอร์คนเดียวเท่านั้น แต่ในห้องอัดผมก็จะบอกกับทุกคนว่าเพลงนี้มันไม่ใช่เพลงดีใจดี๊ด๊าแบบอยากจะกระโจนออกไป แต่มันเป็นเพลงที่ต้องลุ้นๆ แบบมีจริตนิดนึง อารมณ์เพลงจึงเป็นสิ่งที่สำคัญสุด เราร้องไม่ถูกคีย์ ร้องไม่ถูกจังหวะ เรายังมีคอมพิวเตอร์ช่วยได้ แต่อารมณ์เพลงคอมพิวเตอร์ทำไม่ได้ นั่นคือสิ่งที่ผมสอนเด็กเสมอว่าเราต้องเข้าใจมันก่อนจึงจะถ่ายทอดออกมาได้

และเมื่อการพูดคุยกับครูเอ๊ะสิ้นสุดลง ก็ถึงคิวที่เราจะได้นั่งพูดคุยกับตัวแทนของเพลงที่ครูเอ๊ะพูดถึงอย่าง โมบายล์–พิมรภัส ผดุงวัฒนะโชค ผู้ได้รับตำแหน่งสำคัญในเพลงนี้ พร้อมกับอีกสองสมาชิก เฌอปราง อารีย์กุล กัปตันแห่ง BNK48 และน้องเล็กประจำวง ซัทจัง–สวิชญา ขจรรุ่งศิลป์ ที่จะมานั่งเล่าถึงซิงเกิลใหม่และเบื้องหลังของการถ่ายทำเอ็มวีในครั้งนี้ไปพร้อมกัน

มาถึงซิงเกิ้ลที่สองแล้ว รู้สึกยังไงบ้าง ยังตื่นเต้นกันอยู่มั้ย
เฌอปราง: ก็ดีใจและตื่นเต้นมากๆ ค่ะ จะเรียกว่าเป็นก้าวที่สองแล้วก็ได้ การตอบรับและกระแสทุกอย่างที่ได้รับมาก็เรียกได้ว่าดีเกินคาดกว่าที่เราคิดไว้
โมบายล์: สำหรับหนูก็ตื่นเต้นมากๆ เหมือนกันค่ะ คือแค่เราได้เข้าร่วมในซิงเกิ้ลเป็นครั้งแรกเราก็ดีใจอยู่แล้ว แต่นี่ได้เป็นเซ็นเตอร์เลยด้วยเลยยิ่งตื่นเต้นเข้าไปอีก

แล้วเราเตรียมตัวยังไงบ้างสำหรับการเป็นเซ็นเตอร์
โมบายล์: ก็ยังฝึกฝนสิ่งต่างๆ เหมือนเดิมค่ะ แต่ก็มีความเข้มข้นมากขึ้นทั้งด้านการร้อง การเต้น หรือการวางตัวต่างๆ เวลาออกสื่อ ซึ่งเราก็พยายามที่จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

ในด้านเนื้อหาของเพลงนี้ส่วนตัวแล้วรู้สึกยังไงกันบ้าง หลังจากที่ฟังแล้วมันตรงหรือต่างกับตัวเรายังไงรึเปล่า
โมบายล์: ก็มีส่วนคล้ายๆ เหมือนกันนะ เพราะในเนื้อเพลงมันก็เป็นเรื่องเล่าของเด็กสาวที่ไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองแต่มีความรักก็เลยเสี่ยงทายโดยใช้คุกกี้
เฌอปราง: ความจริงมันก็เป็นเพลงที่น่าจะเหมาะกับทุกคน ทุกเพศทุกวัยนะ เพราะทุกคนก็คงมีโมเม้นต์ที่เก็บความลับไว้ข้างใน แต่ก็ยังอยากรู้เลยลองเสี่ยงทายดูว่ามันจะเป็นยังไง เป็นความรู้สึกให้ลองลุ้นกันดู

หลังจากที่เพลงถูกปล่อยออกไปแล้วมันเกิดเป็นกระแสฮิตทั่วบ้านทั่วเมือง รู้สึกยังไงกันบ้าง
ซัทจัง: หนูได้ดูคลิปที่แฟนคลับเต้นกันอยู่หลายคลิปนะคะ ทั้งที่เต้นคนเดียวแล้วก็เต้นเป็นกลุ่ม รวมไปถึงกลุ่มแฟนคลับต่างๆ อย่างของพี่เฌอหรืออย่างของพี่โมบายล์ เห็นแล้วก็รู้สึกว่าทุกคนน่ารักและตั้งใจกันมากๆ แม้จะมีเต้นกันผิดๆ ถูกๆ บ้างแต่ก็ดูตั้งใจกันสุดๆ ไปเลย
โมบายล์: แล้วก็มีเต้นกันทุกเพศทุกวัยจริงๆ นะ คือเห็นตั้งแต่เด็กตัวเล็กๆ ไปจนถึงผู้สูงอายุเลย รู้สึกดีมากๆ ค่ะ ดูน่ารักอบอุ่นดี
เฌอปราง: เพื่อนๆ ก็มีมาแซวบ้างว่าทำอะไรกัน ที่มหา’ลัยของเฌอก็มีการนัดมาเต้นกัน เพื่อนเฌอก็มีไปเต้นกันด้วยนะ ซึ่งถ้าทุกคนสนุกไปด้วยก็ดีใจค่ะ

แล้วกับการถ่ายมิวสิกวิดีโอได้เจอคนเยอะขนาดนี้รู้สึกยังไง เกินกว่าที่คาดหวังไว้มั้ย
พูดพร้อมกัน: เกินไปมาก (ลากเสียงยาว)
เฌอปราง: ทีแรกคิดว่าแค่หย่อมเดียวก็ดีใจแล้ว
ซัทจัง: แต่นี่มากันแบบเต็มสวนสยามเลย (หัวเราะ)

งั้นสุดท้ายนี้ขอให้ฝากผลงานกันสักหน่อย
โมบายล์: ก็ขอฝากผลงานซิงเกิลล่าสุดและเอ็มวีของพวกเรา Koi Suru Fortune Cookie คุกกี้เสี่ยงทาย กันด้วยนะคะ
เฌอปราง: แล้วก็ฝากดูและติดตามผลงานพวกเราทั้งในแชนแนล youtube แฟนเพจเฟซบุ๊ก และทุกๆ ช่องทางของ BNK48 ด้วยค่ะ

ซัทจังอยากจะฝากอะไรบ้างมั้ย
เฌอปราง: อ้ะ ไหนซัทจังอ้อนหน่อย
ซัทจัง: ก็ฝากดูเอ็มวีกันเยอะๆ ด้วยนะคะ (หัวเราะ)

 

สัมภาษณ์ > พีรพิชญ์ ฉั่วสมบูรณ์
ภาพ > บพิตร วิเศษน้อย

 

No Comments Yet

Leave a Reply

FOLLOW US ON